การปลูกถ่ายกระดูกสำหรับทันตกรรมรากฟันเทียม


รากฟันเทียมเป็นเดือยไทเทเนียมขนาดเล็กที่ถูกฝังในกระดูกขากรรไกร เพื่อใช้ทดแทนรากฟันที่หายไปทันตแพทย์จะทำการประเมินตั้งแต่แรกเพื่อดูว่าผู้ป่วยมีกระดูกรองรับเพียงพอต่อการฝังรากฟันเทียมหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการฝังรากฟันเทียมให้ถูกต้อง โดยใช้เครื่อง CT scan หรือ ภาพถ่ายรังสีช่วยในการวิเคราะห์ ในกรณีที่มีกระดูกรองรับไม่เพียงพอต่อการฝังรากฟันเทียม อาจจำเป็นต้องใช้กระบวนการปลูกถ่ายกระดูกร่วมด้วย

การปลูกถ่ายกระดูก (bone graft) คือการเติมกระดูกเพื่อให้ได้ฐานรองรับรากฟันเทียมที่เหมาะสม ซึ่งสามารถใช้ทั้งวิธีทางธรรมชาติหรือสังเคราะห์ในการกระตุ้นกระดูกในขากรรไกรให้เพิ่มจำนวนขึ้น

ทำไมจึงจำเป็นต้องปลูกถ่ายกระดูกสำหรับงานทันตกรรมรากฟันเทียม?


ภายหลังการถอนฟัน แม้บริเวณเบ้าฟันที่ถูกถอนไปจะมีการแทนที่ด้วยกระดูกใหม่ แต่กระดูกรอบ ๆ เบ้าฟันจะยังมีการละลายตัว รากฟันเทียมทำหน้าที่คล้ายฟันธรรมชาติ คือ เป็นตัวกระตุ้นกระดูกรอบ ๆ ราก จึงช่วยในการป้องกันการละลายตัวของกระดูกได้ ดังนั้นหากไม่มีการทดแทนช่องว่างหลังถอนฟันด้วยรากฟันเทียม กระดูกก็จะมีการละลายตัวต่อไป แม้แต่ละปีจะมีการละลายตัวของกระดูกทีละน้อย แต่ยิ่งเวลาผ่านไปจะทำให้การฝังรากฟันเทียมมีความยุ่งยากมากขี้น การปลูกถ่ายกระดูกสำหรับทันตกรรมรากฟันเทียมมี 4 ชนิด :

01

การปลูกถ่ายกระดูกด้วย Autogenous หรือ auto-grafts


คือ การทดแทนด้วยกระดูกที่ตัดมาจากอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายผู้ป่วยเอง (Auto-graft) การปลูกถ่ายกระดูกในงานทันตกรรมรากเทียมจะใช้กระดูกคาง ส่วนหลังของกระดูกขากรรไกรล่าง หรือ กระดูกสะโพก (สำหรับการปลูกถ่ายบริเวณกว้าง) เนื่องจากเป็นกระดูกของผู้ป่วยเองร่างกายจึงเกิดการปฏิเสธต่อการรับเนื้อเยื่อน้อยเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ การปลูกถ่ายกระดูกแบบ Autogenous graft จึงถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ขนาดของการปลูกถ่ายกระดูกขึ้นอยู่กับตำแหน่งของกระดูกที่รับมา การปลูกถ่ายกระดูกขนาดเล็กจะรับกระดูกจากช่องปาก ขณะที่ขนาดใหญ่จะต้องรับมาจากบริเวณอื่น ๆ

02

การปลูกถ่ายกระดูกด้วยซีโนกราฟท์ (Xenografts)

คือ การทดแทนด้วยกระดูกจากสัตว์ต่างสปีชีส์ ซึ่งมักนำมาจากกระดูกวัว (Bovine bone) ผู้ป่วยบางคนอาจรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะรับเนื้อเยื่อจากสัตว์ ทางห้องปฏิบัติการจะนำกระดูกมาทำให้ปลอดเชื้อ (sterile) และกำจัดคุณสมบัติบางอย่างออกเพื่อให้เกิดความเข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์ การฝังรากฟันเทียมด้วยการปลูกถ่ายกระดูกชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ในการกระดูกวัวจะทำหน้าที่เป็นร่างตาข่ายแม่แบบให้กระดูกมนุษย์เจริญขึ้นใหม่บนนั้น จนเกิดการแทนที่อย่างสมบูรณ์ เรียกกระบวนการนี้ว่า ‘osteoinduction’

03

การปลูกถ่ายกระดูกด้วยแอลโลกราฟท์ (Allografts)

วิธีการนี้จะคล้ายกับการปลูกถ่ายกระดูกแบบAutogenous bone graftเพียงแต่นำกระดูกมาจากคนอื่นที่อยู่ในสปีชีส์เดียวกัน กระดูกที่นำมาคือกระดูกของคนที่ประสงค์จะบริจาคกระดูกหลังจากเสียชีวิตแล้ว (Cadaveric bone) กระดูกที่รับบริจาคมาจะถูกทำให้ปราศจากเชื้อ และตระเตรียมโดยธนาคารกระดูก (bone bank) ก่อนที่จะนำมาปลูกถ่ายกระดูกที่ขากรรไกร วิธีการนี้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยกว่าแบบชนิด autogenous bone graft เนื่องจากผู้ป่วยไม่ต้องผ่าตัดอีกบริเวณเพื่อเก็บกระดูกไปใช้ปลูกถ่าย (donated bone)

04

การปลูกถ่ายกระดูกด้วยแอลโลพลาสติก (Alloplastic)

วัสดุที่ใช้ในการปลูกถ่ายกระดูกวิธีนี้เป็นของสังเคราะห์ทั้งหมด จึงไม่มีคุณสมบัติใดๆของสัตว์หรือมนุษย์ มีทั้งแบบละลายได้ และละลายไม่ได้ ซึ่ง Beta tri-calcium phosphate  เป็นชนิดที่นิยมใช้ที่สุด วัสดุประเภทนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่นำความเสี่ยงใด ๆ มาจากตัวผู้บริจาคเพราะเป็นสิ่งที่สังเคราะห์ขึ้น แต่ข้อเสียคือร่างกายมนุษย์ไม่ยอมรับวัสดุปลูกถ่ายกระดูกชนิดนี้มากเท่ากับชนิดอื่น ๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้น

การปลูกถ่ายกระดูกเพื่อทันตกรรมรากฟันเทียมจะสำเร็จได้อย่างไร?


การปลูกถ่ายกระดูกเพื่องานทันตกรรมรากฟันเทียมมักทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ หรือ การทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบ (sedation) กระบวนการส่วนใหญ่สามารถทำได้ที่เก้าอี้ทำฟันเลย ไม่จำเป็นต้องนอนค้างโรงพยาบาล แต่ในกรณีที่กระบวนการมีความ         ซับซ้อนขึ้น เช่น การปลูกถ่ายกระดูกจากกระดูกสะโพก จำเป็นต้องดำเนินการภายใต้การดมยาสลบ และการนอนโรงพยาบาลในการปลูกถ่ายกระดูกบางวิธีอาจต้องอาศัยระยะเวลาในการหายของแผลนานถึง 9 เดือน

สาเหตุของการล้มเหลวของการปลูกถ่ายกระดูกเพื่อทันตกรรมรากฟันเทียม


ปกติแล้วการปลูกถ่ายกระดูกเป็นงานที่คาดหวังผลได้และประสบความสำเร็จสูง ในการปลูกถ่ายกระดูกมีกระบวนการหลาย ๆ วิธี ซึ่งบางวิธีอาจมีความซับซ้อนกว่าแบบอื่น สาเหตุที่ทำให้เกิดความล้มเหลวในงานปลูกถ่ายกระดูกมีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักที่พบ คือ การติดเชื้อ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปากสามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อกระดูกที่ได้รับการปลูกถ่ายมา ทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้น ทันตแพทย์จึงมักจ่ายยาปฏิชีวนะก่อนการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลง อย่างไรก็ตามหากมีการ    ติดเชื้อเกิดขึ้น จะต้องมีการกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อนั้นออก การหลีกเลี่ยงการใส่ฟันปลอมถอดได้หลังได้รับการปลูกถ่ายกระดูกจึงเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติอย่างมาก

เราใช้เทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ล่าสุดสำหรับการผ่าตัดปลูกรากฟันเทียม

» เทคโนโลยีการถ่ายภาพรังสี 3 มิติ (3D CBCT Scanner)
ช่วยให้เราสามารถได้ภาพ 3 มิติ ของฟัน เนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท และกระดูก จากการแสกน เพียงแค่ครั้งเดียว

 

» เทคโนโลยีที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการกำหนดตำแหน่งการผ่าตัด ปลูกรากฟันเทียม (Computer guided implant surgery)
วิธีการขั้นสูงนี้ช่วยในการกำหนดตำแหน่งรากฟันเทียมแต่ละซี่ภายในช่องปากของคุณได้อย่าง แม่นยำ ทำให้ขั้นตอนที่สำคัญทั้งหมดง่ายขึ้น ในส่วนของคนไข้ จะมีการแพร่กระจายของเชื้อ โรคน้อยลง สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และขั้นตอนทั้งหมดมีความราบรื่นมากขึ้น ตั้งแต่ต้นจนจบ

 

» เทคโนโลยี PRF และเทคโนโลยีทางชีวภาพ
เทคโนโลยี PRF ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น มีอาการเจ็บปวดน้อยลง และลดอาการบวมหลังจาก การผ่าตัดทางทันตกรรม นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของการเชื่อมต่อกระดูกกับ รากฟันเทียมเข้าด้วยกันอีกด้วย

 

» วัสดุ Straumann roxolid
ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษา ได้ด้วยการปลูกรากฟันเทียม ที่มีขนาดเล็กกว่า และแข็งแรงกว่า

 

» การปลูกรากเทียม แบบ All on 4
การฟื้นฟูสภาพความโค้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยรากฟันเทียมเพียงแค่ 4 ชิ้น ผ่านขั้นตอน การปลูกถ่าย และสามารถใช้งานได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาของ       รูปแบบในการรักษา และเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับการปลูกรากฟันเทียมแบบวิธีดั้งเดิม